ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

header_background_hardwood-laminate-flooring-products

คุณสมบัติของพื้นไม้ลามิเนต และมาตรฐานการรับรองสากล

พื้นไม้ลามิเนต มีต้นกำเนิดจากประเทศในแถบยุโรป โดยมีประเทศเยอรมนีเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีการผลิต เป็นวัสดุปูพื้นที่มาทดแทนไม้ปาร์เก้ และไม้จริง โดยมีข้อดีกว่าด้วยคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่น 3 ข้อดังนี้

·         เวลาการติดตั้งที่รวดเร็วกว่า

·         ผิวหน้าสามารถทนทาน ต่อรอยขูดขีด แรงกดกระแทกได้ดีกว่า

·         สามารถเลือกสีผิวหน้าให้เป็นลวดลายที่ต้องการได้ ในขณะที่ไม้ปาร์เก้มีตาไม้จริง ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

คุณสมบัติ

·         ผิวหน้ามีความทนทานต่อรอยขูดขีด

·         ผิวหน้าไม่ทำให้ลื่นล้ม

·         มีหลายสีให้เลือก ตามความชอบส่วนบุคคล

·         สามารถทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง ทนต่อสารเคมี และไม่ติดไฟ

·         พื้นไม่เก็บฝุ่นและเชื้อโรค ต่างจากพรม และกระเบื้อง

·         ทำความสะอาดได้ง่าย

·         เหมาะกับการใช้งานในร่ม ที่อยู่อาศัย ร้านค้า ห้องประชุม ทั้งนี้ควรเลือกรุ่นความแข็งแรงให้เหมาะสม

ความแข็งแกร่ง

ความเชื่อที่ว่า พื้นไม้ลามิเนต ยิ่งหนา ยิ่งแข็งแรงนั้นไม่ถูกต้องนัก โดยแท้จริงแล้วสามารถเทียบได้ดังนี้

·         ความหนาแน่นที่แกนกลาง แกนกลาง HDF ที่มีความหนาแน่นสูง จะทำให้สามารถรับแรงกระแทกได้ดี และการขยายตัวจากความชื้นน้อยลง สามารถเทียบความหนาแน่นได้โดยนำตัวอย่างที่ตัดแล้ว มาสังเกตเนื้อที่แกนกลางด้วยตาเปล่า

·         ค่า AC (Abrasion Classification) ข้อกำหนดการสึกถลอกของผิวหน้าพื้นไม้ลามิเนต ตามมาตรฐาน EN13329 มีค่าตั้งแต่ AC1 – AC5 โดยค่ายิ่งมากยิ่งแสดงถึงความคงทนมาก

·         ค่า IC (Impact Classification) ข้อกำหนดการทนแรงกระแทกลงบนผิวหน้าพื้นไม้ลามิเนต ตามมาตรฐาน EN13329 มีค่าตั้งแต่ IC1 – IC3 โดยค่ายิ่งมากยิ่งแสดงถึงความคงทนมาก

มาตรฐานการรับรองสากล

เป็นสัญลักษณ์ที่บอกถึงการรับประกันคุณภาพของตัวพื้นไม้ที่เป็นสากลทั่วโลก ส่วนใหญ่มาจากสถาบันในยุโรป

·         EPLF[1] เป็นสมาคมพื้นไม้ลามิเนตแห่งสหภาพยุโรป มีหน้าที่ในการส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ และสร้างมาตรฐานสำหรับพื้นไม้ลามิเนต ผู้ที่เป็นสมาชิกสมาคมได้ต้องเป็นผู้ผลิตพื้นไม้ผู้มีคุณภาพ และมาตรฐานสูง เพราะเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดมาตรฐานพื้นไม้ลามิเนตของโลก

·         NALFA[2] เป็นสมาคมพื้นไม้ลามิเนตในทวีปอเมริกาเหนือ ก่อตั้งภายหลัง EPLF เป็นการรวมกลุ่มของผู้ผลิตในทวีปดังกล่าว

·         CELQ[3] เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงผู้ผลิตพื้นไม้ลามิเนตที่มีคุณภาพสูงมาก โดยเป็นสัญลักษณ์ที่มาแทน RAL เดิม โรงงานที่ได้สิทธิ์ประดับสัญลักษณ์นี้ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากสถาบันตรวจสอบอิสระ และต้องเป็นสมาชิกของ EPLF มาก่อนเท่านั้น

·         E1 เป็นค่าการทดสอบการแพร่ของฟลอมาดีไฮด์ (Formaldehyde Emission) ที่แกนกลาง สารฟลอมาดีไฮด์ (สารประกอบฟลอมารีน) เป็นสารก่อมะเร็ง มีโทษเมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณที่เกินจำกัด พื้นไม้ลามิเนต E1 บอกถึงพื้นที่ไม่มีการสะสมของฟลอมารีนในปริมาณที่เป็นอันตราย

·         PEFC[4] เป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ ของโรงงานไม้ต่างๆ ว่ามีมาตรฐานการจัดการที่ดีทางด้านสิ่งแวดล้อม การตัดไม้ที่ไม่เกินทั้งปริมาณและขนาด และการปลูกทดแทนให้ต้นไม้ได้เติบโตให้ทันกับปริมาณที่ใช้


http://www.cctgroup.co.th/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ข้อแตกต่างระหว่าง กระเบื้องยาง กับ พื้นไม้ลามิเนต ข้อดีของ กระเบื้องยาง มีความทนทานกว่า กันน้ำได้ดี และที่สำคัญปลวกไม่กินแน่นอน สามารถรับงานหนัก ๆ ได้ (ของหนัก ๆ ไม่มีปัญหา) ทนความชื้น ทนน้ำ ได้ดีกว่า ติดตั้ง และใช้งานได้ภายในวันเดียว สามารถซ่อมแซม เองได้ไม่ยาก ข้อเสียของ กระเบื้องยาง พื้นที่ติดตั้งต้องเป็นปูนขัดมัน ถ้าพื้นกระเบื้องยางเป็นรอนคลื่น ก็จะเห็นได้ง่าย การติดตั้งทับพื้นกระเบื้อง เซรามิค ต้องปรับตรงยาแนวให้เรียบก่อน(มีค่าใช้จ่าย) ไม่รวม บัว และตัวจบ ไม่ได้ให้ความสัมผัสถึงไม้จริงๆ ขั้นตอนการผลิตไม่เป็นมิตรภาพต่อสิ่งแวดล้อม ข้อดีของ พื้นไม้ลามิเนต สวยกว่า (กันรอยขีดข่วนได้ดีพอสมควร) หยาบ (แต่ไม่เป็นคลื่น) ก็สามารถติดตั้งได้ ติดตั้งภายในวันเดียว สามารถใช้งานได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น บัว, ตัวจบอื่น ๆ แล้ว สามารถปูทับ พื้นกระเบื้อง เซรามิค ได้เลย ให้ความรู้สึกถึงไม้จริงๆ ข้อเสียของ พื้นไม้ลามิเนต ต้องควบคุมเรื่องความชื้น เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าให้ดีอย่าให้โดนน้ำหรือเผลอทำน้ำหก ให้รีบเช็ดทันทีจะดีกว่า ซ่อมแซมเองไม่ได้ ต้องใช้ช่างเท่านั้น ...

การใช้งานและการติดตั้ง บัวพื้นหรือบัวเชิงผนัง

การใช้งานและการติดตั้ง บัวพื้นหรือบัวเชิงผนัง เอาล่ะครับผมก็ได้พูดถึงที่มีของบัวเชิงผนังว่าผลิตมาจากอะไร วันนี้ผมจะมาพูดถึงวิธีการใช้งานและการติดตั้งบัวพื้นหรือบัวเชิงผนังนะครับ แต่ก่อนที่เราจะไปรู้จักวิธีติดตั้งบัวเชิงผนัง ขอแนะนำบางอย่างก่อนนะครับเพราะอาจมีหลายๆคนที่ยังไม่รู้ว่าบัวเชิงผนังมีหน้าตาเป็นอย่างไร?และอยู่ที่ส่วนไหนของบ้าน? บัวเชิงผนังหรือหลายๆคนอาจเรียกบัวพื้น ก็คือไม้ที่ปิดขอบพื้น(บริเวณที่ขอบพื้นชนขอบผนังด้านล่าง) นั่นละครับ วัตถุประสงค์ที่ติดตั้งก็เพื่อเป็นการตกแต่งบ้านให้สวยงามและยังช่วยเก็บงานบริเวณขอบพื้น(ซึ่งงานปูกระเบื้องที่ขอบพื้นไปชนผนัง อาจมีร่องห่างบ้าง ชิดบ้าง ทำให้ไม่สวยงาม) ก็ได้งานบัวตัวนี้มาช่วยปิดขอบพื้น ช่วยเก็บงานทำให้สวยงามยิ่งขึ้นและบัวฯยังช่วยกันเปื้อนบริเวณขอบผนังด้านล่าง ถ้าสร้างบ้านแล้วไม่มีบัวพื้นเพื่อตกแต่งบ้าน มันก็ดูเหมือนขาดอะไรไปนะครับ (บางท่านอาจมีข้อสงสัยว่าจำเป็นต้องมีหรือไม่ เจ้าบัวพื้นที่ว่านี่? ไม่จำเป็นครับ! ไม่ใช่วัสดุหลักถือเป็นงานตกแต่งบ้านที่จะทำก็ได้หรือไม่ทำก็ได้) บัวพื้นหรือบัวเชิงผนังคืออะไร บัวพื้นหรือบัวเชิงผนังก็คืออุปกรณ์ท...